web analytics

หลักพื้นฐานการเขียนประโยค

เมื่อเราเขียนประโยค เราจะเริ่มต้นประโยคด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ (Capital letter)  และจบประโยคด้วยเครื่องหมายจุด . (full stop) เครื่องหมายคำถาม ? (question mark) หรือ เครื่องหมายตกใจ ! (exclamation mark) แต่ถ้ามีเครื่องหมายคำพูด ‘…..’ หรือ “…..” single or double quotation marks ในประโยค เราจะใส่เครื่องหมายวรรคตอน , (comma) ในเครื่องหมายคำพูด เช่น More »

การเรียงลำดับประโยคในภาษาอังกฤษ

เคยไหม บางครั้งที่เราหลงลืมวิธีการเรียงลำดับประโยคของภาษาอังกฤษ  ซึ่งฉันก็เป็นคนนึงที่ลืมบ่อย เหตุเพราะไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันสักเท่าไร ก็พยายามฝึกด้วยตนเองอยู่เป็นประจำ เจออะไรที่มีประโยชน์ก็จะพยายามเอามาแชร์ไว้ใน website นี้ การเรียงลำดับประโยคภาษาอังกฤษนั้น หากเราเรียงไม่ถูกต้องความหมายของประโยคก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งหลักทั่วไปสำหรับการเรียงประโยคมีดังนี้ 1. ประธาน (Subject) ของประโยค จะวางไว้ก่อน คำกริยา (verb) และหลัง กรรม (object) He read the book. Bookmark on Delicious Digg this post Recommend More »

Ordinal numbers-เลขลำดับ

Ordinal numbers หรือ เลขลำดับนั่นเอง เช่น ลำดับที่ 1, ลำดับที่ 2,… ก่อนหน้านี้ฉันเคยโพสต์ content เกี่ยวกับจำนวนนับ (Cardinal Numbers) ไปแล้ว คราวนี้มาดูการใช้เลขลำดับบ้างค่ะ เลขลำัดับเราจะเติม -th ต่อท้ายตัวเลข เช่นThe first four runners were well ahead of the others แต่สำหรับบางตัวจะมีการเปลี่ยนรูปก่อนเติม -th  เช่น five More »

Cardinal Numbers-จำนวนนับ

วันนี้ฉันมีเนื้อหาง่าย ๆ เกี่ยวกับตัวเลข ซึ่งคิดว่าทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วว่าการนับเลขในภาษาอังกฤษนั้น นับอย่างไร แต่อย่าเพิ่ง มองข้าม content นี้ไปนะคะ เพราะเนื้อหาที่จะอธิบาย (แบบงู ๆ ปลาๆ) ด้านล่างนี้มีมากกว่าการนับเลขค่ะ ซึ่งอาจจะเจอคำที่เจอแล้วต้องร้องอ้อ นี่ฉันใ้ช้ผิดมาตั้งนานหรือเนี้ย พร้อมกันหรือยังคะ Let’s go!!! Cardinal numbers มีความหมายว่า จำนวนนับ (ทุกคนน่าจะเคยเจอคำนี้ตอนเรียนคณิตศาสตร์) 1 one 11 eleven 2 two 12 twelve More »

ความแตกต่างระหว่าง become และ get

การใช้งานคำกริยา ระหว่าง become และ get ในความหมายว่า “กลายเป็น” จะแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย get นำมาใช้บ่อย ๆ ในภาษาพูด ซึ่งจะมีความหมายว่า กลายเป็น… (ในทันทีทันใด) ต่างจาก become ที่จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ ค่อย ๆ กลายเป็น…., เปลี่ยนเป็น… ทีละน้อย ๆ นอกจากนี้ get ยังแสดงถึงสิ่งที่ปรากฎให้เห็น แต่ become จะเป็นการเปลี่ยนภายในซึ่งเป็นไปอย่างช้า ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ดูจากตัวอย่างด้านล่าง He More »

หลักพื้นฐานการเขียนประโยค

เมื่อเราเขียนประโยค เราจะเริ่มต้นประโยคด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ (Capital letter)  และจบประโยคด้วยเครื่องหมายจุด . (full stop) เครื่องหมายคำถาม ? (question mark) หรือ เครื่องหมายตกใจ ! (exclamation mark)

แต่ถ้ามีเครื่องหมายคำพูด ‘…..’ หรือ “…..” single or double quotation marks ในประโยค เราจะใส่เครื่องหมายวรรคตอน , (comma) ในเครื่องหมายคำพูด เช่น

‘I’m tired,’ she said. (Not ‘I’m tired’, she said)

การเรียงลำดับประโยคในภาษาอังกฤษ

เคยไหม บางครั้งที่เราหลงลืมวิธีการเรียงลำดับประโยคของภาษาอังกฤษ  ซึ่งฉันก็เป็นคนนึงที่ลืมบ่อย เหตุเพราะไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันสักเท่าไร ก็พยายามฝึกด้วยตนเองอยู่เป็นประจำ เจออะไรที่มีประโยชน์ก็จะพยายามเอามาแชร์ไว้ใน website นี้

การเรียงลำดับประโยคภาษาอังกฤษนั้น หากเราเรียงไม่ถูกต้องความหมายของประโยคก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งหลักทั่วไปสำหรับการเรียงประโยคมีดังนี้
1. ประธาน (Subject) ของประโยค จะวางไว้ก่อน คำกริยา (verb) และหลัง กรรม (object)
He read the book.

Ordinal numbers-เลขลำดับ

Ordinal numbers หรือ เลขลำดับนั่นเอง เช่น ลำดับที่ 1, ลำดับที่ 2,…

ก่อนหน้านี้ฉันเคยโพสต์ content เกี่ยวกับจำนวนนับ (Cardinal Numbers) ไปแล้ว คราวนี้มาดูการใช้เลขลำดับบ้างค่ะ

เลขลำัดับเราจะเติม -th ต่อท้ายตัวเลข เช่นThe first four runners were well ahead of the others แต่สำหรับบางตัวจะมีการเปลี่ยนรูปก่อนเติม -th  เช่น five เป็น fifth โดยเปลี่ยน ve เป็น f หรือ Twenty เป็น Twentieth, Thirty เป็น Thirtieth จะเปลี่ยน y เป็น ie แล้วเติม -th

และสำหรับลำดับที่ 1 ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 เราจะไม่ใช้ oneth, twoth หรือ threeth  นะคะ

Cardinal Numbers-จำนวนนับ

วันนี้ฉันมีเนื้อหาง่าย ๆ เกี่ยวกับตัวเลข ซึ่งคิดว่าทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วว่าการนับเลขในภาษาอังกฤษนั้น นับอย่างไร แต่อย่าเพิ่ง มองข้าม content นี้ไปนะคะ เพราะเนื้อหาที่จะอธิบาย (แบบงู ๆ ปลาๆ) ด้านล่างนี้มีมากกว่าการนับเลขค่ะ ซึ่งอาจจะเจอคำที่เจอแล้วต้องร้องอ้อ นี่ฉันใ้ช้ผิดมาตั้งนานหรือเนี้ย พร้อมกันหรือยังคะ Let’s go!!!

Cardinal numbers มีความหมายว่า จำนวนนับ (ทุกคนน่าจะเคยเจอคำนี้ตอนเรียนคณิตศาสตร์)

1 one 11 eleven
2 two 12 twelve
3 three 13 thirteen
4 four 14 fourteen
5 five 15 fifteen
6 six 16 sixteen
7 seven 17 seventeen
8 eight 18 eighteen
9 nine 19 nineteen
10 ten  20 twenty
21 twenty-one 100 a/one hundred
22 twenty-two 102 a/one hundred and two
30 thirty 164 a/one hundred and sixty-four
40 forty 596 five hundred and ninety-six
50 fifty 7,830 seven thousand eight hundred and thirty
60 sixty 1,000,000 a/one million
70 seventy 1,000,000,000 a/one billion
80 eighty  
90 ninety  

Famous places and cities, Ep.2

คราวก่อนเคยเคยเรื่อง Famous places and cities, Ep.1  ไปรอบหนึ่งแล้วคราวนี้เป็นภาคต่อจากคราวที่แล้วค่ะ นำเพื่อน ๆ มารู้จักเมืองและสถานที่สำคัญ ๆ เพิ่มเติม เริ่มกันเลยค่ะ

Heathrow

Heathrow

Heathrow

 

ฮีทโธรว์ เป็นท่าอากาศยานที่มีการจราจรทางอากาศหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองฮิลลิงดอน ห่างจากตัวเมืองของกรุงลอนดอนประมาณ 24 กิโลเมตร (15 ไมล์) เป็นหนึ่งในสามของท่าอากาศยานที่อยู่ในเขตของกรุงลอนดอนและปริมณฑล อีกสองแห่งก็คือ ท่าอากาศยานลอนดอนซิตตี้ และท่าอากาศยานลอนดอนบิ๊กกิงฮิล

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ เริ่มให้บริการช่วงทศวรรษ 1930 (พ.ศ. 2473) ดำเนินการโดย Fairey Aviation ใช้สำหรับการผลิตและทดสอบการบินเป็นหลัก ชื่อของท่าอากศยานตั้งตามชื่อของหมู่บ้าน Heath row ที่ถูกทำลายไปจากการสร้างสนามบิน โดยในช่วงแรกยังไม่เปิดบริการแก่เที่ยวบินพาณิชย์ ฮีทโธรว์เปิดให้บริการการบินพาณิชย์ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2490